2005/Nov/02

เพิ่งกลับจากแฟรงค์เฟิร์ตเมื่อคืน เหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับแย่มากนัก ไฟลท์นี้ มีคนไทยทั้งหมดสามคน คือ เรา ปุ้ม (บินด้วยกันอีกแล้วคับทั่น) แล้วก็น้องหนิง จริงๆว่า จะออกไปเที่ยวหลังจากถึงโรงแรม แต่เพราะปุ้มกะหนิงจะไปในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เราซึ่งเคยไปมาแล้ว ก็เลยขอแยกตัว กะว่า นอนเล่นซักพักแล้วจะลงไปเดินเล่น shopping area ที่อยู่ใกล้ๆโรงแรม (อ้อ เพิ่มเติมนิดนึง ว่า โรงแรมที่เราพักไม่ได้อยู่ในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต แต่อยู่ที่ไมนซ์ (Mainz) ซึ่งเป็นอีกเมืองนึง ติดกับแฟรงค์เฟิร์ต) ปรากฎว่า นอนกลิ้งไปมา ดันหลับจริง แถมยาวรวด ตื่นมาอีกทีก็ค่ำเสียแล้ว จะออกไปกินข้าวกะคนอื่นก็ไม่ทันแล้ว เลยต้องต้มมาม่ากิน แล้วก็นอนๆๆๆๆๆ จนวันรุ่งขึ้นก็กลับดูไบ รวมๆแล้ว คาดว่านอนมากกว่า 14 ชม.แหงมๆ

นี่กลับมา ได้พักสองวัน แล้วก็ต้องบินไปการาจี ต่อด้วยคูเวตวันรุ่งขึ้นทันที โอ้ววว เซ็งชะมัดเลยยย

อยากกลับบ้านอะ เที่ยวนี้กลับบ้านมา โฮมซิคมากๆ ร้องไห้ไปหลายรอบ คิดว่า ถ้าผ่านไปซักสองสามวันน่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ เมื่อวันก่อนก็ยังเป็นอยู่อีก แย่จริงๆ เฮ้อ อยากกลับบ้านอะ เพื่อนๆได้ไฟลท์กทม.กันหมดเลย ทำไมเราไม่ได้มั่งเนี่ย เมื่อวานตอนกลับจากไฟลท์ เห็นเครื่องการบินไทยจอดอยู่ข้างๆ เลยยิ่งทำให้อยากกลับบ้านเข้าไปใหญ่

เฮ้อ..บ่นๆไป เดี๋ยวจะได้ดีขึ้น นี่ก็พยายามแลกไฟลท์ให้ได้กทม. มีคนตอบรับแล้ว รอ scheduling เท่านั้น..ก็หวังว่าจะจะตอบรับเหมือนกัน เราจะได้กลับบ้านซะที...เนาะๆ..ซ้า..ธุ

2005/Oct/20

กลับมาบ้านที่กทม.อีกแล้ว..ดีใจจังเลย

จะเล่าเรื่องที่นี่เลย มันก็ดูจะน้อยไปนิด เมื่อเทียบกับที่ไม่ได้อัพไดมาหลายวัน (และคาดว่าหลังจากอัพวันนี้ไป ก็คงอีกหลายวัน กว่าจะได้อัพอีกที เนื่องจากคงตะเหร็ดเตร็ดเตร่ไปทั่ว ก่อนกลับดูไบ) ไงก็เล่าคร่าวๆแล้วกัน (จริงๆวันก่อนหน้านั้นก็อัพแล้วล่ะ แต่ดันerror เลยหมดอารมณ์)

ก่อนหน้าวันที่ 11 มีไฟลท์ Alexandria ติดกันสามวัน สรุปแล้ว ภายใน 1 อาทิตย์ ซัดชม.บินไปแล้ว 40 ชม. (โอ้ววว ช่วยด้วยเถอะ ตูก็เหนื่อยเป็นนะเฟ้ย ) แล้วยังมีชม.จากทริป bkk-syd อีกซัก 30 กว่าชม. รวมๆ จนถึงสิ้นเดือน คงได้ซัก เกือบ 90 ชม. เรียกได้ว่า เดือนนี้ ถึงจะ leave กลับบ้านซะหลายวัน ก็ยังมีกินเหลือเฟือ (ทุกทีกลับบ้านทีไร ได้ตังค่าบินน้อยทุกที)

ส่วนเรื่องทริบ bkk-syd รอบนี้ 8 วัน ไปกับเพื่อนคนไทยอีกสองคน เที่ยวกันอุดตลุด ส่วนใหญ่เน้นไปทางหาที่กินซะมากกว่า เพราะเพื่อนคนนึง มีเพื่อนคนไทยอยู่ที่นั่น ก้อเลยมีคนพากินพาเที่ยว ไหนจะอาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี แล้วยังเที่ยวกลางคืนกันต่อ วันก่อนกลับจากซิดนีย์ เรากลับถึงโรงแรมกันเช้าเลย นอนกันเข้าจนถึงเย็นก็ได้เวลาทำไฟลท์กลับมาพอดีกลับมาตัวอ้วนกลมขึ้นเป็นกองเชียวเรา

อ้อ sector bkk-syd มีกรุ๊ปทัวร์คนไทยจาก Easy FM กว่า 40 ชีวิตมาเป็นผู้โดยสารของเรา ในนี้ มีดาราสองคน ชื่อ ใหญ่-ศิระ กับ ชิน-ชินสุเวทย์ (ชื่อเค้าเขียนแบบนี้ป่าววา) ร่วมเดินทางไปด้วยก่อนหน้านี้ เราไม่รู้จักเลยว่าเค้าเป็นดารา ยอมรับว่าเชยมั่กๆ หลังเขาเหลือเกินเรา เห็นครั้งแรกคิดแค่ว่า เป็นผู้โดยหน้าตาดีเฉยๆ จนเพื่อนบอกว่า เค้าเป็นดารา เราถึงได้บางอ้อ เพราะรู้สึกว่าหน้าคุ้นๆอยู่เหมือนกัน แต่ทั้งสองคนก็น่ารัก อัธยาศัยดีพอสมควรนะ อ้อ แล้วก็ดูเหมือนจะมีผู้ประกาศข่าวที่ชื่อ โอ๋ อะไรเนี่ย ไปด้วยล่ะ (เราไม่รู้จักอีกแล้ว เชยจัง) แล้วก็เป็นเรื่องบังเอิญอีกเหมือนกันที่กรุ๊ปนี้ เป็นผู้โดยเราทั้งขาไปและขากลับจาดซิดนีย์ ขากลับก็เลยเมาท์กระจาย (แต่เราไม่ค่อยได้คุยกะสองคนนี้หรอก จะคุยกะพี่ที่เป็นช่างภาพจากช่องสามซะมากกว่า) ถ่ายรูปกันสนุกสนานเฮฮา ..แต่ไม่มีรูปมาลงให้ดูหรอกนะ เพราะถ่ายกล้องเพื่อนน่ะ) ...นี่ถ้าเป็นดาราที่เราปลื้มกว่านี้ คงดี แต่ก็โอ ครั้งแรกกับการทำไฟลท์แล้วมีดารามาเป็นผู้โดยน่ะ เออ ทริปนี้แปลก เจอดารา นอกจากกรุ๊ปนี้แล้ว ยังเจอ อาภาภรณ์ นครสวรรค์ วันที่ทำไฟลท์จาก auk-syd ด้วย (เค้าหลับแล้วใส่แว่นดำตลอด เลยมองไม่ชัดเท่าไหร่) แต่เราไม่รู้อีกเหมือนกัน จนเพื่อนบอกอีกน่ะแหละ ..เฮอะๆ คนอย่างเรานี่จะเคยสังเกตอะไรบ้างมั้ยเนี่ย

เที่ยวนี้เหนื่อยหน่อย พอทำไฟลท์จากกทม.กลับดูไบ ถึงนั่นก็ซัก เกือบหกโมงเช้า ก็ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมเดินทางกลับมากทม.อีกในเช้าวันเดียวกัน เพราะเรามีวันหยุด 7 วัน เดินทางกลับได้เร็ว ก้อมีเวลาอยู่ที่เมืองไทยนานขึ้นอีกนิดนึง มีเวลาสองชม.ได้มั้ง จริงๆจะกลับบ้านก็คงทัน แต่มันหมิ่นเหม่เต็มที เกรงว่า ถ้ารถติด เดี๋ยวต้องลุ้นระทึกอีกเลยไม่ได้กลับบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า เอาข้าวของอย่าง พวกกระเป๋า รองเท้า manual อะไรหลายๆอย่างที่เอากลับมาอีกทีก็เปลืองที่ขนของกลับ เลยฝากไว้ที่เพื่อน ซึ่งเป็นคนดีมารับเราไปสนามบิน (แน่นอนว่า เอาของกินนิดๆหน่อยกลับมาเป็นเครื่องเซ่นด้วย) เหนื่อยนะ เพราะก่อนทำไฟลท์กลับจากกทม. ไม่ได้นอนเลย แล้วทำไฟลท์กลับก็ได้นอนไม่ถึงชม. พอมาถึงดูไบ ก็ต้องวุ่นๆเตรียมบินกลับอีก ตั้งใจว่า จะไม่นอน เพราะอยากดูหนังเรื่อง "monster in-law" บนเครื่อง (ซึ่งก็ได้ดูสมใจ) แต่เซ็งผู้โดยคนดำสองผัวเมียที่นั่งติดกันมาก เรานั่งในสุดติดหน้าต่าง ย้ายที่นั่งไม่ได้อีกตะหาก เพราะไฟลท์เต็ม ไม่มีที่เหลือเลยซักที่ เวลาจะเข้าจะออกที ก็ลำบากเค้าสองคน (แต่ชั้นบอกแกแล้วนี่ ว่าชั้นจะลุกบ่อย ไปเข้าห้องน้ำ ให้ชั้นนั่งริมหน้าต่าง ยูต้องลำบากลุกนะ ดันไม่ยอมสลับที่เอา..ช่วยไม่ได้) จะเข้า จะออกที่นั่งตัวเองเนี่ย ..ต้องขอร้องให้มันลุก..แล้วก็กวนเหลือเกิน ทำยังกะว่า ชั้นน่ารำคาญมากซะงั้นแหละ..ช่วยไม่ได้..คนมันต้องเข้าห้องน้ำ..นั่งทนมาสองชม.นี่ก็เก่งมากแล้วนะยะ ......พอๆ...จะบ่นอะไรไปเนี่ย..ยังกะคนแก่เลยเรา

กลับมาเรื่องไฟลท์กลับกทม.ต่อ เที่ยวนี้ มีเพื่อนที่รู้จักกัน operate ไฟลท์ เลยไม่ได้นอน ช่วยเค้าทำงาน หยิบนู่นหยิบนี่ ลืมตัวไปว่า ไม่ได้ operate ไฟลท์ แต่เป็นผู้โดยนั่งกลับ

กลับมาถึงบ้านวันที่ 18 เย็น ก็ยังฟิตไม่นอน..นั่งทำนั่นทำนี่ จนเกือบตีสอง พอได้นอน..นู่นเลยคุณ..ตื่นเกือบบ่ายสอง!!! คุณพระช่วย ไม่ทันทำอะไรก็จะหมดวันซะแล้ว แล้วดันไม่สบาย น้ำมูกไหลตลอด ที่คิดว่าจะไปเยี่ยมพี่ที่ทำงานเก่าเลยต้องพักไว้ก่อน ไว้ค่อยไปวันหลังแล้วกัน

นี่กะว่าวันนี้ จะไปดูหนัง movie buffet ที่เมเจอร์..อัพเดทหนังหน่อย เพราะไม่ได้ดูมานาน แต่ก็ยังไม่รู้ว่า จะตื่นกี่โมง ยังไงก็ตั้งใจไว้แล้ว ต้องดูให้ได้อย่างน้อย สามเรื่อง ถึงจะคุ้ม..เห็นเค้าว่า เรื่อง"เพื่อนสนิท" อะไรเนี่ย ดีมาก ต้องไปดูซะหน่อย

แล้วก็กะว่าจะไปตัดผมด้วย เอามีหน้าม้านิดนึง (เผื่อจะดูหน้าเด็กลงมั่ง) แต่ก็ต้องมาดูกันว่า จะได้ทำตามแผนมั้ยอะนะ

วันนี้ อัพเท่านี้ก่อนแล้วกัน ไว้มีโอกาสจะมาอัพใหม่นะ ไปละ ง่วงแล้วอะ

2005/Oct/05

เพิ่งกลับจากเพิร์ธเมื่อวานเช้า วันนี้ ก็ต้องไปบินต่ออีกแล้ว เฮ้อออ เหนื่อยนะยะ แต่จะบ่นอะไรได้ มันเป็นงานนี่นา หยุดมาหลายวัน พอทำงานติดกันหลายๆวัน มันเลยเหนื่อยอย่างนี้เองล่ะมั้ง

ตื่นเช้า เตรียมตัวไป Bahrain-Doha double sector ไฟลท์เหียกมากๆ เพื่อนแต่ละคนที่เคยทำมา กลับจากไฟลท์สภาพไม่ต่างจากศพเดินได้แท้ๆ ในใจก็ประหวั่น แต่ก็ยังไม่กล้า call sick ยังไง ก้อยังอยากรักษาสถิติเอาไว้..ด้วยความขี้เกียจจะไปอาบน้ำ เลยโทรเช็ค EVITA ซะหน่อย ว่า มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมั้ย (ในใจหวังให้มีดีเลย์..จะได้นอนต่ออีกหน่อย ง่วงเหลือเกิน ) ซึ่งทุกครั้งไม่เคยจะโทรเช็คก่อนเลย

และแล้ว คุณผู้ชายสุดหล่อก็ส่งเสียงมาว่า "To collect ur roster changes, please press 1"...โอ้ว..หรือฝันจะเป็นจริง...ปรากฎว่า..โดนเปลี่ยนไฟลท์ไปทำ alexandria แทน..ก็ดี มีเวลาได้นอนอีกนิดนึงจริงๆด้วยสิเรา แล้วถ้าเทียบกัน เราเลือกทำไฟลท์นี้มากกว่า เพราะอย่างน้อย ก็ได้ตังค่าชม.บินมากกว่า ทั้งที่เสียเวลาพอๆกันอะนะ

ไปถึง เจอ Radwa เพื่อนชาว Egyptian ซึ่งบินด้วยกันไฟลท์เพิร์ที่ผ่านมา..(แล้วก็เป็นเพื่อนร่วมห้องตอนเทรนด้วย ช่วงนี้ชะตาต้องกัน เจอกันบ่อยเหลือเกิน) เค้าบอกว่า Ramadan เริ่มวันนี้วันแรก..เราก็แอบหวั่นๆ เพราะกลัวไฟลท์จะยุ่ง ลืมไปว่า บินไฟลท์เช้านี่หว่า..ไม่ยุ่งอยู่แล้ว แถมโหลดก็สบาย ไปกลับไม่ถึงร้อยคน แล้วก็มีคนที่เค้าอดอาหาร (Fasting) ค่อนข้างเยอะ ก็เลยสบาย มีเวลาพัก แม้ก่อนเครื่องลงที่ดูไบ จะหมดเวลาอดอาหาร เราต้องแจกอินทผาลัมกับน้ำให้ผู้โดยที่อดอาหาร แต่ก็ทำได้สบายๆ เพราะผู้โดยน้อย (แต่ถ้าไฟลท์เต็ม คงนรกแตกแน่นอน) กลับมาก็เลยไม่เหนื่อยมาก (ที่รู้สึกเหนื่อย คาดว่า สะสมมาจากการพักผ่อนไม่พอจากไฟลท์ก่อนๆมากกว่า)

นี่ก็ได้พักสองวันซะที ดีใจมากมาย คาดว่าคงจะได้พักมากๆจริงๆเสียที มีเรื่องที่ต้องทำเยอะแยะ แต่ก้อจะค่อยๆทำไปแล้วกัน

ปล. ช่วง Ramadan กินเวลา 1 เดือน ที่ดูไบระยะนี้ ช่วงกลางวันก้อเหมือนเมืองร้างดีๆนี่เอง เพราะร้านอาหารปิดเรียบ ต้องทำกินอยู่แต่ในบ้าน จะไปเดินเอ้อระเหย กินนั่น ดื่มนี่ ก็อาจมีหวังให้คุณตำรวจมาสอบไปนั่งใจเย็นอยู่ที่โรงพักก็เป็นได้..อย่ากระนั้นเลย กลับเมืองไทยไปนั่นกิน นอนกินให้สบายใจดีกว่าเนาะ

ปล.อีกที..อ่านข่าว เค้าบอกว่า เมื่อวานมี จันทรุปราคา หรือสุริยุปราคานี่ละ แต่เราพลาดไม่ได้ดู เสียดายจัง